ถาม-ตอบปัญหาผมร่วง

จากการวิจัย-ค้นคว้ามาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 30 ปี ของศูนย์วิจัย BERGAMOT® พบว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาผมร่วง / ผมบางจนถึงศีรษะล้านได้นั้น มากกว่า 90%เกิดจากหนังศีรษะที่ “เป็นมัน” (หนังศีรษะมีไขมันเคลือบ) และเกือบ 100% เป็นลักษณะทางพันธุกรรมจากพ่อหรือแม่ หรือจากทั้งพ่อและแม่รวมกัน จะเกิดขึ้นเช่นนี้รุ่นต่อรุ่นไม่มีสิ้นสุด ไม่ว่าหนังศีรษะจะ “เป็นมันมากหรือน้อย” ก็ตาม และจะมีปัญหาผมร่วง/ผมบางทุกคน และหนังศีรษะยิ่ง “เป็นมันมาก” เซลล์รากผมจะยิ่งอ่อนแอ เส้นผมจะร่วงรุนแรงมากตามไปด้วย

นอกจากนี้ปัญหาผมร่วง / ผมบางนั้น ยังมีสาเหตุจากความเครียด รังแค คันศีรษะ สารเคมีตกค้างสะสม รวมทั้งเกิดจากสุขภาพร่างกายไม่ปกติ เช่น โรคความดันโลหิตสูง,มีน้ำตาลในเลือดมาก, ซิฟิลิส, ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ, โรคมะเร็ง, การทานยาตัวใดตัวหนึ่งเป็นประจำ ฯลฯ

คนส่วนใหญ่จะขาดความรู้ความเข้าใจเรื่อง “ปัญหาผมร่วง” จึงเข้าใจผิดคิดว่า เวลาสระผมแล้วมีผมร่วงทุกๆ ครั้งนั้น เป็นการร่วงตามธรรมชาติของเส้นผม ซึ่งไปสอดคล้องกับความหมายทางการแพทย์ที่ว่า “ผมร่วง 100-150 เส้นต่อวัน ถือว่าเป็นการร่วงตามปกติ” แต่กว่าที่ทุกคนจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อ ผมด้านบนตรงกลางศีรษะจะค่อนข้างบางหรือบางมากแล้ว หากเราไม่สามารถ “แก้ไข” หรือ “ยุติ” การหลุดร่วงของเส้นผมได้ ผมด้านบนตรงกลางศีรษะจะบางลงไปเรื่อยๆ

  1. หนังศีรษะของคุณ “เป็นมัน” หรือไม่ ?
  2. จะมีผมร่วงทุกครั้ง มากบ้างน้อยบ้าง ขณะสระผมหรือไม่ ?
  3. เส้นผมของคุณมีลักษณะลำต้นเล็กหรือค่อนข้างบาง-เล็กหรือไม่ ?
  4. หากคุณไม่สระผมทุกวันหรือวันเว้นวันหรือ 2-3 วันครั้งคุณจะรู้สึกเหนอะหนะบนหนังศีรษะหรือไม่?
  5. เวลาทำอะไรอย่างเร่งร้อน คุณมีเหงื่อออกง่ายหรือไม่ ?
  6. ให้ลองสังเกตดูว่า ผมตรงกลางศีรษะด้านบนมีลักษณะค่อนข้างบาง และบางมากกว่าสมัยยังเป็นวัยรุ่น (เป็นช่วงที่มีผมดก-หนา-มีน้ำหนักสวยงามมาก) ใช่หรือไม่ ?
    หากคุณตอบ “ใช่”เพียงข้อหนึ่งข้อใด ถือเป็นข้อบ่งชี้อย่างชัดเจนว่า คุณกำลังมีปัญหา “ผมร่วง / ผมบาง” โดยไม่รู้ตัวอยู่ เพราะสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาผมร่วงผมบางนั้น
    มากกว่า 90% เกิดจากสาเหตุ “หนังศีรษะมัน” (ข้อมูลจากศูนย์วิจัยฯ BERGAMOT®)

จากการสระผม คือ

สระผมทุกวัน
(หากเกิน 1วันจะรู้สึกเหนียวเหนอะหนะรำคาญบริเวณหนังศีรษะ)
หนังศีรษะเป็นมันระดับสูง
สระผมทุกวัน หรือวันเว้นวัน
(หากเกิน 2วันจะรู้สึกเหนอะหนะรำคาณบริเวณหนังศีรษะ)
หนังศีรษะเป็นมันระดับกลาง
สระผม 2-3 วันครั้ง
(หากเกินจากนี้จะรู้สึกไม่สะอาด เหนอะหนะบริเวณหนังศีรษะ)
หนังศีรษะเป็นมันระดับอ่อนๆ

หนังศีรษะที่เป็นมันระดับสูง หรือมีไขมันเคลือบมาก การนวด BERGAMOT® Hair Tonic (กล่องทอง) ลงบนหนังศีรษะต่อเนื่องทุกวันไม่ต่ำกว่าวันละ 2-3 ครั้งหรือมากกว่า จะใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือน (อาจก่อนหรือหลังได้) หรือใช้ไปจนกว่าผมจะหยุดร่วงได้เป็นปกติ จากนั้นให้ลดการใส่ BERGAMOT® Hair Tonic (กล่องทอง) เหลือเพียงวันละ 2 ครั้ง เช้า-ก่อนนอน เพื่อป้องกันไม่ให้ผมกลับมาร่วงเหมือนเดิมอีก

หนังศีรษะที่เป็นมันระดับกลาง การนวด BERGAMOT® Hair Tonic (กล่องทอง) ลงบนหนังศีรษะต่อเนื่องทุกวันไม่ต่ำกว่าวันละ 2-3 ครั้งหรือมากกว่า จะใช้เวลาประมาณ 4½ – 5 เดือน (อาจก่อนหรือหลังได้) จากนั้นให้ลดการใช้เหลือเพียงวันละ 1 ครั้งก่อนนอนทุกวัน เพื่อป้องกันไม่ให้ผมกลับมาร่วงเหมือนเดิมอีก ความรู้เกี่ยวกับเส้นผมและหนังศีรษะ

เป็นเพราะการรักษาผมร่วงต้องเข้าไปรักษาที่รากผมใต้หนังศีรษะ แต่เนื่องจากรูขุมขนบนหนังศีรษะของคนเรานั้นเล็กจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น การนวด BERGAMOT®Hair Tonic (กล่องทอง) ลงบนหนังศีรษะแต่ละครั้ง Hair Tonic จะซึมซับเข้าในรูขุมขนได้เพียงเล็กน้อยมาก จำเป็นต้องรอให้ Hair Tonicค่อยๆ ซึมซับเข้าไปสะสมที่เซลล์รากผมใต้หนังศีรษะได้มากพอจึงจะเริ่มออกฤทธิ์ให้การรักษาได้ ด้วยวิธีรักษาแบบธรรมชาติกับผลิตภัณฑ์ BERGAMOT®นี้ แม้ต้องใช้เวลาหรือต้องเสียเวลาไปบ้างในการรักษาฯ แต่หากได้ใช้อย่างจริงจังและได้ปฏิบัติตามข้อแนะนำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เชื่อได้ว่าคุณจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งคุ้มกับค่าของเวลาที่เสียไปอย่างแน่นอนค่ะ !

หากหยุดการใช้ จะมีปัญหาผมกลับมาร่วงเหมือนเดิมอีก เพราะปัญหาผมร่วงมากกว่า 90% เกิดจากหนังศีรษะที่ “เป็นมัน” ซึ่งเป็นลักษณะทางพันธุกรรม (ข้อมูลจากศูนย์วิจัยฯ BERGAMOT®) จึงควรใช้ Hair Tonic ต่อเนื่อง โดยลดความถี่การใช้เหลือเพียงวันละ 1 ครั้ง ก่อนนอนทุกวัน

ยังไม่เคยมีแชมพูชนิดใดรักษาผมร่วงได้เลย เพราะสระเสร็จแล้วก็ล้างออก การจะรักษาผมร่วงให้หยุดร่วงได้เป็นปกติ จะต้องไปดูหรือแก้ไขที่สาเหตุเนื่องจากสาเหตุของผมร่วงส่วนใหญ่มากกว่า 90% เกิดจากหนังศีรษะที่ “เป็นมัน” หนังศีรษะชนิดนี้จะมีไขมันเคลือบตลอดเวลา จึงเป็นหนังศีรษะที่อ่อนแอและติดเชื้อฯ ง่ายนอกจากนี้ยัง sensitive กับสารเคมีที่เข้มข้น-รุนแรงทุกชนิดดังนั้นแชมพูที่เหมาะกับปัญหาผมร่วง (หนังศีรษะมัน) จึงต้องเป็นแชมพูที่มีคุณสมบัติอ่อนโยนเป็นพิเศษ มีคุณสมบัติที่เป็นกลาง (เป็น pH Balance) ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีที่เข้มข้น-รุนแรงเพื่อไม่ให้หนังศีรษะระคายเคือง และสามารถขจัดสารเคมีตกค้าง-ขจัดคราบไขมันบนหนังศีรษะและเส้นผมได้ดี เช่น BERGAMOT® Detoxify Shampoo แชมพูสูตรประจุ+, BERGAMOT®Extra Delicate Shampoo แต่ถ้าเป็นแฮร์โทนิคสำหรับรักษาผมร่วงนั้นต้องเป็นแฮร์โทนิคชนิดที่ซึมผ่านคราบไขมันเข้าสู่รากผมได้ เช่น เบอกาม็อท®แฮร์โทนิคสูตรพิเศษ (กล่องทอง) จึงจะได้ผล

เนื่องจากปัญหาผมร่วง / ผมบางนั้นสาเหตุเกิดจากหนังศีรษะที่ “เป็นมัน” การใช้แชมพูสำหรับเด็กสระผมจะไม่เกิดประโยชน์อะไรมากนักแม้แชมพูเด็กจะมีความอ่อนโยนต่อผิวและดวงตา แต่แชมพูสระผมสำหรับเด็กนั้น เป็นแชมพูที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อให้เหมาะกับผิวและเส้นผมของเด็กแรกเกิดซึ่งมีความบอบบางและบริสุทธิ์ ยังไม่เคยสัมผัสกับสารเคมีใดๆ เลย ดังนั้นหากนำแชมพูของเด็กไปใช้สระผมกับเด็กโต หรือผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ซึ่งหนังศีรษะ “เป็นมัน” อยู่แล้วแชมพูเด็กจะไม่สามารถชำระล้างคราบเหงื่อไคล หรือสิ่งสกปรกซึ่งเกิดจากการเล่นซุกซนของเด็กโต รวมทั้งคราบไขมันบนหนังศีรษะของผู้มีปัญหาผมร่วงได้เลยโดยเฉพาะไขมันบนหนังศีรษะของผู้ที่มีปัญหานี้จะเกิดขึ้นตลอดเวลา จึงกลายเป็นที่หมักหมมของสิ่งสกปรกและเป็นที่เพาะเชื้อฯ ให้รุนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีกปัญหาผมร่วงก็จะทวีอาการรุนแรงยิ่งขึ้น (เหมือนกับการเกาไม่ถูกที่คัน)

ผลิตภัณฑ์ Hair Tonic ไม่สามารถทำให้ผมร่วงมากขึ้นได้ เพราะ Hair Tonic ทำหน้าที่ช่วยรักษาและป้องกันผมร่วงเวลาใส่ Hair Tonicในระยะแรกๆ จะพบว่ามีผมร่วงมากขึ้นกว่าเดิมนั้น ไม่ต้องตกใจ เพราะ Hair Tonic ไม่สามารถทำให้ผมร่วงมากขึ้นได้ ข้อเท็จจริงคือ เมื่อเซลล์รากผมเสื่อมสภาพไปแล้ว คนส่วนใหญ่เชื่อว่าผมจะร่วงออกจากศีรษะไปเลย

แต่ความเป็นจริงเส้นผมที่เสื่อมสภาพแล้วนั้นจะยังไม่สามารถหลุดร่วงออกจากหนังศีรษะได้ เพราะยังมีหนังศีรษะชั้นนอกห่อหุ้มโคนผมไว้อีกชั้นหนึ่ง และจะหลุดร่วงออกได้ก็ต่อเมื่อเส้นผมได้รับการดุนดันหรือถูกสัมผัส เช่นเวลาหวีหรือแปรงผม หรือเพียงใช้มือเสยขึ้นไปบนเส้นผมก็จะเห็นว่ามีผมร่วงติดมือออกมาเช่นกัน หรือแม้กระทั่งเวลาสระผมก็จะมีผมร่วงออกมาค่อนข้างมาก เช่นเดียวกับการใส่ Hair Tonicลงบนหนังศีรษะแล้วนวด จึงเห็นว่ามีผมร่วงติดมือออกมามาก และจะเห็นว่าผมที่ร่วงออกมาแต่ละเส้นนั้นไม่มีรากผมติดออกมาแม้แต่เส้นเดียว อาการหลุดร่วงของเส้นผมดังกล่าวจะค่อยๆ ชะลอลดน้อยลงไปอย่างช้าๆ
และหยุดร่วงได้เป็นปกติในที่สุด